Shift Scheduling
โปรแกรมการจัด กะการทำงาน จัดตารางงาน

“ระบบการจัดกะพนักงานและบันทึกเวลาทำงาน ไม่ควรเป็นเพียงกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตาม แต่ควรยกระดับให้เป็นกลยุทธ์ที่สนับสนุนทั้งประสิทธิภาพการทำงานและประสบการณ์ของพนักงาน”
ติดต่อเรา

การจัดตารางกะทำงาน
Workplaze มีฟีเจอร์อะไรบ้าง

AI Work Schedule Assignment


ทำไมต้องใช้
ระบบจัดตารางกะอัจฉริยะของ Workplaze


กระบวนการจัดกะอัจฉริยะ รองรับการปรับตารางการทำงานอัตโนมัติ

ป้องกันความสับสนที่จะเกิดขึ้น วางแผนและจัดการตารางกะงานอย่างเป็นระบบ
สร้างกะงานอัตโนมัติ โดยสร้างบัญชีกะงานอัตโนมัติ (Roster) ตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดเองแยกตามทีม, สถานที่ปฏิบัติงาน, หรือบทบาทหน้าที่
มีระบบป้องกันการละเมิดที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน
แจ้งเตือนความเสี่ยง มีการแจ้งเตือน เมื่อเกิดการจัดคนเกิน, ความเสี่ยงภาวะเหนื่อยล้า , เวลาการทำงานเกิน
ระบบจัดการกะขั้นสูง สำหรับการจัดกะงานแบบหมุนเวียน (Rotating shifts) การแบ่งกะ การซ้อนทับกันและการจัดกะแบบมีเงื่อนไข
หัวหน้างานเข้าถึงและจัดการกะทำงานได้ด้วยตัวเอง

หัวหน้างาน ได้สิทธิเข้าถึงข้อมูล สามารถจัดการได้เอง
รองรับการบันทึกเวลาทำงานหลายแบบด้วย GPS, การกำหนดขอบเขตพื้นที่ (Geo-fencing) และการระบุตัวบุคคล (Biometrics) ช่วยให้หัวหน้าคุมกะและเช็กการเข้างานของทีมได้แม่นยำ
ใช้งานได้แม้ในพื้นที่ห่างไกลหรืออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ด้วยโหมดออฟไลน์
การแจ้งเตือนพนักงานแบบเรียลไทม์ เพื่อให้เห็นข้อมูลเดียวกัน ช่วยทีมประสานงานกันอย่างราบรื่น
เชื่อมต่อข้อมูลและทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ

นำข้อมูลกะงานที่แม่นยำ พร้อมนำไปใช้งานต่อ ลดความผิดพลาดในการจัดการ
เชื่อมต่อข้อมูลอัตโนมัติ: บันทึกเวลาเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบเงินเดือน (Payroll) โดยตรง รองรับการบันทึกเวลาหลากหลายช่องทาง เช่น ตู้ kiosk, มือถือ, ไบโอเมตริกซ์
แก้ไขข้อมูลพร้อมกันได้ทั้งกระบวนการ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดภาระงาน HR

คำถามที่พบบ่อย
Workplaze Shift Scheduling คือเครื่องมือ Workforce Management สำหรับวางแผนและจัดการการทำงานแบบเข้ากะอย่างเป็นระบบ
ช่วยจัดกะตามปริมาณงานและทักษะที่ต้องใช้ รองรับเงื่อนไขที่ซับซ้อน ให้มีคนที่เหมาะสมในช่วงเวลาที่ถูกต้อง พร้อมควบคุมต้นทุนแรงงาน สร้างตารางกะอัตโนมัติตามกฎและเงื่อนไขขององค์กร ลดภาระงานธุรการของหัวหน้าและ HR มีตัวตรวจสอบการทำงานตามข้อกฎหมายแรงงาน เพื่อลดความเสี่ยงด้าน Compliance และสามารถเชื่อมต่อกับระบบบันทึกเวลาเข้า – ออกงาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแสกนต่างๆ หรือการใช้ Workplaze Mobile Application ในการลงบันทึกเวลาเข้า-ออกงาน รวมถึงระบบสามารถเชื่อมต่อกับและระบบเงินเดือนได้โดยตรง และรองรับ ESS ให้พนักงานสามารถตรวจสอบตารางงานได้
- การจัดตารางที่แม่นยำ (Demand-Driven Optimization): ใช้ การพยากรณ์ความต้องการกำลังคน เพื่อกำหนดตารางกะโดยอิงจากปริมาณงานและข้อมูลธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการจัดคนที่มี ทักษะที่ถูกต้อง ณ เวลาที่เหมาะสมและควบคุม ต้นทุนแรงงานได้
- การสร้างตารางอัตโนมัติ (Automated Roster Generation): ระบบใช้การจัดตารางตามกฎเกณฑ์เพื่อสร้างตารางกะโดยอัตโนมัติ โดยคำนึงถึง ความพร้อมในการทำงานและข้อกำหนดเฉพาะของบทบาทงาน
- การควบคุมการปฏิบัติตามกฎ (Compliance Assurance): มีการตรวจสอบในตัวเพื่อบังคับใช้ ข้อกำหนดทางกฎหมาย เช่น ชั่วโมงพักและเวลาทำงานสูงสุด เพื่อลดความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด
- การบูรณาการข้อมูล (Integration with Core HR): ข้อมูลการจัดกะจะเชื่อมโยงกับระบบเวลาเข้า-ออกงาน และระบบเงินเดือน โดยตรง เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องของข้อมูลเวลาทำงานและการคำนวณค่าตอบแทน ซึ่งเป็นรากฐานของ Single Source of Truth
เหตุผลหลักที่ควรเปลี่ยน เพราะ Workplaze สามารถจัดกะการทำงานที่ซับซ้อนได้ตามเงื่อนไขที่ต้องการ ได้อย่างเหมาะสม และแม่นยำ ช่วยลดข้อผิดพลาด ใช้ระบบทำให้เกิดความถูกต้องของข้อมูล และเป็นไปตามข้อกำหนด (Compliance) และกฏหมายแรงงาน , สามารถควบคุมต้นทุนค่าแรง มีการแจ้งเตือนเมื่อเกิด OT เกิน, และช่วยลดเวลาในการจัดการงาน เพิ่มความสะดวกในการสื่อสาร พนักงานสามารถแลกเปลี่ยนกะ ขอลาได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ HR ยังเห็นและนำข้อมูลมาตัดสินใจเพื่อวางกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ
ข้อกำหนดที่มักพบบ่อย ได้แก่ การจำกัดจำนวนชั่วโมงทำงานต่อวัน/สัปดาห์, การให้สิทธิ์พักผ่อนระหว่างกะ, และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับค่าแรงขั้นต่ำและค่าล่วงเวลา
- ตรวจสอบความพร้อม : รวบรวมข้อมูลวันลา ข้อจำกัด และความสามารถของพนักงาน
- ร่างตารางกะ : จัดสรรพนักงานเข้ากะงานอย่างเป็นธรรม พร้อมจัดการการจัดตารางกะหมุนเวียน
- ทบทวนความถูกต้อง : ตรวจสอบว่าสอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับการทำงานหรือไม่
- แจ้งและสื่อสาร : เผยแพร่ตารางงานล่วงหน้าให้พนักงานรับทราบ
- จัดการการเปลี่ยนแปลง : กำหนดขั้นตอนการขอแลกเปลี่ยนกะหรือการลาได้ตามนโยบายองค์กร




